เมื่อเวลา 14.30 น. นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม นักร้องชื่อดัง แถลงที่อาคารเชษฐ์โชติศักดิ์3 บมจ.อาร์เอส ภายหลังเกิดกระแสข่าวมีลูกกับ "แอนนี่ บรู๊ค" ดาราสาว ว่า จริงๆ ไม่ได้อยากออกมาพูด แต่ทนรับแรงกดดันจากสังคมไม่ไหว ตนคนเดียวไม่หนักใจมาก แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนที่ตนรักถูกกดดันกันหมด แม่ก็ต้องเข้าโรงพยาบาล



"ผมยอมทุกอย่างไม่ว่าจะให้ทำอะไร ผมขอบคุณทุกคนจริงๆนะครับ ผมไม่มีอะไรจะพูด" นายรัฐภูมิกล่าว



นายรัฐภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอโทษทุกคนที่ทำให้เสียใจและผิดหวัง และขอขอบคุณเฮียฮ้อ นายสุรชัย เชษฐ์โชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาร์เอส และภรรยา ทีมงาน และแฟนคลับที่ให้กำลังใจมาตลอด และขอโอกาสในการทำงานอีกครั้ง ทั้งนี้จะเข้าไปขอโอกาสกับเฮียฮ้อ จะได้ทำงานกับอาร์เอสอีกครั้ง จากนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังอีก



"เรื่องนี้เกิดจากคน 2 คน ถ้าคน 2 คนพูดกันเองคงไม่เคลียร์ ถ้าจะคุยกันก็น่าจะมีพ่อแม่ผม หรือพ่อแม่ของเขาเข้าไปรับรู้ด้วย เรื่องได้จะจบ แต่ตอนนี้ผมสงสารเด็ก ไม่อยากให้เด็กรับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นตอนนี้ พอผมเห็นเด็ก ผมก็รักเด็กมาก พ่อแม่ผมก็อยากอุ้มหลาน แต่อยากให้ผมตรวจดีเอ็นเอ เพื่อความสบายใจของผู้ใหญ่" ฟิล์ม กล่าว



"แต่สิ่งแรกที่ผมพูดไป ผมพูดความจริง ผมเคยถามเขาตั้งแต่รู้ว่าเขามีน้องว่าใช่หรือ ใช่ลูกผมหรือ เขาก็ร้องไห้ ผมเลยปลอบและไม่รู้จะพูดยังไง ผมก็บอกกับเขาเอาเถอะ เลี้ยงเขาให้ดีที่สุด อย่าทำลายเขา เพราะผมกลัวว่าถ้าผมถามว่าเขาจะตรวจดีเอ็นเอไหม ก็กลัวว่าจะทำลายน้ำใจเขา เพราะผมพูดถึงเรื่องตรวจดีเอ็นเอทีไร เขาก็จะถามผมกลับว่าไม่เชื่อเขาหรือ"



นอกจากนี้ ฟิล์ม กล่าววว่า ชื่อเสียงที่ตนสร้างมาทั้งหมดก็ยังไม่เท่ากับที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียหาย หลังจากวันนี้คงกะระยะเวลาตรวจดีเอ็นเอไม่ได้ ไม่รู้ว่าโทรไปหาแอนนี่จะได้คุยกันหรือไม่ ตนไม่มีโอกาสได้คุยมานานแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นแม่กับผู้จัดการคุยกับเขามาตลอด



เมื่อถามถึงสังคมพาดพิงถึงครอบครัว ฟิล์มกล่าวว่า "มันแย่มากครับ ผมร้องไห้จนไม่มีน้ำตาแล้ว เฮียและซ้อคาดหวังผม แฟนๆก็คาดหวัง แต่ผมกลับทำให้ทุกอย่างพังทลาย ก่อนนี้ผมทำความดีให้กับสังคม เป็นตัวอย่างให้กับน้องๆ เพราะผมไม่รู้จะตอบแทนสังคมอย่างไร ผมไม่โกรธใครทั้งนั้น นอกจากโกรธตัวเอง และผมก็ได้รับกรรมในสิ่งที่ผมไว้แล้ว"


 


"ช่วงที่หายไปก็ได้อยู่กับครอบครัว ใช้เวลาปฏิบัติธรรมนั่งกรรมฐาน แต่ก็อยู่แบบเศร้าๆ พอสักพักก็จะมีคนโทรมาบอกว่ามีนักข่าวตามไปหายายบ้าง พ่อบ้าง ถึงจะมีแม่คอยปลอบอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น ผมโทรไปหาเฮีย เฮียก็บอกว่าไม่ได้นอนเลย ทุกคนแย่เหมือนกันหมด" ฟิล์มกล่าว และยืนยันว่าไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย


 


เมื่อถามว่าถ้าเป็นลูกจริงๆ จะทำอย่างไรต่อไป ฟิล์มกล่าวว่า "ถ้าเป็นลูกผมก็ดีใจ และผมจะทำหน้าที่พ่อให้ดี ตั้งแต่วันแรกผมก็ไม่เคยทอดทิ้ง ผมจริงใจและจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด"


 


"ในความคิดผมไม่รู้อะไรเป็นยังไงต่อไป แต่ถึงเขาจะไม่ตรวจ ผมก็จะให้ความช่วยเหลือต่อไปอยู่ดี แต่ถามว่าติดใจไหม ก็ติดใจ เพราะก็อยากรู้และจะได้ทำอะไรได้ดีขึ้นกว่าเดิม แบบไม่คาใจ"


 


เมื่อนักข่าวถามอะไรที่ทำให้ฟิล์มไม่มั่นใจว่าเด็กคนนี้เป็นลูกฟิล์ม นักร้องหนุ่มกล่าวว่า "ไม่รู้ครับ ไม่ตอบดีกว่า ผมไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ แล้ว"


 


เมื่อถามว่าจะยื่นขอศาลให้ฝ่ายหญิงตรวจดีเอ็นเอหรือไม่ ฟิล์มกล่าวว่า "ยังไม่รู้ครับ ขอปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน แต่อย่างไรผมก็จะส่งเสียเลี้ยงดูเด็กไปตลอด" และว่า ต้องขอโทษแอนนี่ที่ทำให้เสียใจ


 


เมื่อถามจะบวชหรือไม่ นักร้องชื่อดังกล่าวว่า "อยากบวชครับ ตอนนี้อยากบวชมากๆ จากที่คิดไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ก็เลื่อนมาตลอด ถ้ายังไม่ได้ทำงานตอนนี้ก็อาจจะบวช"


 


ต่อข้อซักถามว่า ทั้งฟิล์มและแอนนี่พูดไม่ตรงกันในหลายประเด็น แสดงว่าต้องมีฝ่ายหนึ่งพูดโกหก ฟิล์มกล่าวว่า "ผมคิดว่าน่าจะเป็นการเข้าใจกันมากกว่า"



ต่อข้อซักถามว่า เสี่ยอู๊ด สิทธิกร บุญฉิม ประธานกรรมการบริษัท ไดมอนด์ฮิลล์ จำกัด ที่เคยตกเป็นข่าวกรณีมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฟิล์ม ได้เขียนจดหมายมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แสดงความเห็นกรณีแอนนี่กับฟิล์ม โดยมอบให้เลขาส่วนตัว ระบุอยากให้ฟิล์มยกบ้านที่เคยซื้อให้ ให้เป็นของลูกชายแอนนี่ ฟิล์มกล่าวว่า "ตรงนี้ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ความจริงจะปกป้องเราเอง"



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าว ฟิล์มมีหน้าอิดโรย และดวงตาบวมช้ำเนื่องจากร้องไห้อย่างหนัก พร้อมทั้งท่าทางอิดโรย ทั้งนี้ระหว่างการแถลงข่าว นักร้องหนุ่มพูดด้วยเสียงสั่นเครือและอาการสะอื้นร้องไห้



ที่มา : มติชน ออนไลน์


0 comments

Post a Comment